Categorized | บทความ

ประวัติการถือศีลกินเจ

ตำนานการถือศีลกินเจมีอยู่หลายตำนาน แต่ดังจะได้ยกตัวอย่าง เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษา หรือทำความเข้าใจหลัก หรือจุดหมายในการถือศีลกินเจ เพื่อยังผลเป็นแนวทางในการปฎิบัติธรรมปฎิบัติตัวถือศีลกินเจพร้อมพัฒนาศึกษาเรียนรู้ยิ่งๆ ขึ้นไป พิธีการถือศีลกินเจเดือนเก้า หรือ เทศกาลกินเจ กำหนดเอาตามจันทคติหรือเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ ถึง ๙ ค่ำ เดือน ๙ ตามปฎิทินจีนทุกปีรวม ๙ วัน ๙ คืน ในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานมีอรรถธิบายว่า "เป็นการประกอบพิธีกรรมเพื่อสักการะบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตกาล ๗ พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก ๒ พระองค์ รวมเป็น ๙ พระองค์ด้วยกัน หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่าดาวนพเคราะห์ ทั้ง ๙ อันมี พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดาวพระอังคาร ดาวพระพุธ ดาวพระพฤหัสบดี ดาวพระศุกร์ ดาวพระเสาร์ พระราหูและพระเกตุ" ในพิธีกรรมสักการะบูชา พระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก ๒ พระองค์นี้ สาธุชนในพระพุทธศาสนา ต่างจะพากันสละเวลา และละกิจทางโลกมาบำเพ็ญศีล ตั้งปณิธาน กินเจบริโภคแต่อาหารผัก และผลไม้ งดเว้นอาหารเนื้อ ของสดคาว ด้วยการสมาทานรักษาศีล ๓ ข้อ กล่าวคือ

๑. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตตน

๒. เว้นจากการเอาเลือดของสัตว์มาเพิ่มเลือดตน

๓. เว้นจากการเอาเนื้อของสัตว์มาเป็นเนื้อตน

เพื่อซักฟอกมลทินออกจากร่างกาย วาจา และจิตใจ ต่างสวมเสื้อผ้าสีขาวสะอาดบริสุทธิ์ ปราศจากจุดด่างพร้อย พากันเดินทางสู่วัดวาอารามพร้อมด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ไปนมัสการน้อมบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์ อีกทั้ง พระมหาโพธิ์สัตว์ ๒ พระองค์ พร้อมจัดหาเครื่องกระดาษทำเป็นรูปเครื่องทรง เสื้อผ้า หมวก รองเท้ากระดาษเงินกระดาษทองต่างๆ ไปน้อมถวายเป็นเครื่องสักการะ เพื่อเป็นกุศลสมาทาน (ในอดีตจำเดิมแท้นั้นจะนำเอาวัตถุสิ่งของ เครื่องใช้ปัจจัย ๔ นำไปถวายนักบวช พระ เณร ผู้ทรงศีล และแจกทานด้วยเสื้อผ้าเงินทองที่เป็นของจริงๆ แก่คนทุกข์คนยาก จนภายหลังด้วยความไม่เที่ยงของอุปาทาน กาลเวลา ประเพณีผันแปรไปกลายมาใช้การะดาษแทนของจริง นับเป็นโมหกรรมของมนุษย์เอง) หลังจากนั้นจะร่วมกันสวดมนต์ทำสมาธิภาวนาแผ่เมตตาจิตขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเจริญสมบูรณ์พูนสุขแก่ตนเองและครอบครัวทุกคน

การกินเจ มีหลักธรรม ๒ ประการ คือ

๑. ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ดังนั้น อาหารต้องปราศจากเนื้อและส่วนประกอบใดๆของสัตว์

๒. ไม่เบียดเบียนตัวเอง จึงงดเว้นผักฉุนทั้ง ๕ ชนิด ได้แก่ กระเทียม(ทั้งต้น ราก และหัว) หอม (ต้น ) ในและหัวหอมทุกชนิด หลักเกียว (กระเทียมโทนของจีน ไม่ค่อยมีในไทย) กุ้ยช่ายและยาสูบ (รวมทั้งบุหรี่ และของเสพมึนเมา) ผักเหล่านี้มีรสหนัก กลิ่นรุนแรง และมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง ๕ ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะภายในทั้ง ๕ ทำงานผิดปกติ เบื้องต้นแห่งพิธีกรรม "เก้าอ๊วงเจ" (กินเจเดือนเก้า)ปั๊กเต้า พระสูตรที่พระจีนต้องสวดทุกวัดพระจีนเดือนละ ๒ ครั้ง อรรถกล่าวไว้ดัวนี้

ในกาลครั้งหนึ่ง องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ สีวลัยรัตนสถาน มีบรรรดาพระมหาโพธิสัตว์ ท้าวมหาพรหม ท้าวสักกะเทพเจ้า ยักษ์ นาค คนธรรพ์ กินนร ฯลฯ ได้พากันมาเฝ้าพระพุทธองค์ ในขณะนั้นพระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ได้ทูลถามต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อันพระเทพสัตตเคราะห์ ๗ องค์ ได้มีกุศลสะสมอย่างไร กับมีปัจจัยเหตุอย่างไร? จึงได้เสวยทิพยผลอันรุ่งเรือง เพรียบพร้อมไปด้วยยศและอำนาจในเทวภพนี้" สมเด็จพระบรมศาสดาจึงมีพระพุทธดำรัสตอบว่า "ดูกร...มัญชุศรี อันดาวเทพสัตตเคราะห์ทั้ง ๗ นั้น แท้จริงเป็นพระอวตารภาพแห่งอดีตพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ทรงแบ่งภาคมาแสดงให้ปรากฏ กับพระมหาโพธิสัตว์อีก ๒ พระองค์ก็แบ่งภาคมาเป็นดาวพระราหูและดาวพระเกตุ รวมเป็นดาวพระเคราะห์ทั้ง ๙ ฉะนั้น จึงสมบูรณ์ด้วยอลังการยศและอำนาจอันไม่รประมาณ เห็นปานฉะนี้" พระพุทธเจ้าทั้ง ๗ และพระมหาโพธิสัตว์ทั้ง ๒ ทรงตั้งพระปนิธานจักโปรดสัตว์โลก จึงได้ทรงนิรมาณกาย แบ่งภาคมาเป็นเทพเจ้า ๙ พระองค์ เทพเจ้าทั้ง ๙ พระองค์นี้ ทรงอำนาจตบะอันเรืองฤทธิ์ บริหารธาตุทั้ง ๕ ในจักรวาล ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม และธาตุทอง ทั่วพิภพน้อยใหญ่ทุกสารทิศจึงทรงแบ่งภาคต่อจากนี้อีกวาระหนึ่งเป็นดาวนพเคราะห์ (ดาวเคราะห์ทั้ง ๙ ดวง ) ดังต่อไปนี้

๑.พระอาทิตย์

๒.พระจันทร์

๓.ดาวพระอังคาร

๔.ดาวพระพุทธ

๕.ดาวพระพฤหัสบดี

๖.ดาวพระศุกร์

๗.ดาวพระเสาร์

๘.พระราหู

๙.พระเกตุ

เทพเจ้าทั้ง ๙ พระองค์ทรงเครื่องทรงอย่างแบบพระมหากษัตริย์ ประชาชนจึงถวายพระนามว่า "เก้าอ๊วง" หรือ "กิวอ๊วง" แปลว่า "นพราชา"​(อธิบายความตามหลัก นักโหราศาสตร์) กำหนดเวลาทุกปีของวันขึ้น ๑ ค่ำ ถึง ๙ ค่ำ เดือน ๙ ตามจันทรคติ (ฝ่ายจีน) เทพเจ้าประจำดาวเคราะห์ต่างองค์จะทรงผลัดเปลี่ยนกันลงมาตรวจโลก ทั้งกลางวัน และกลางคืน บุคคลใดมีความประพฤติตั้งวิถี (บุญ) อยู่ในกุศลกรรมวิถี (บุญ ) ก็จักทรงประทานพรอำนวยความสมบูรณ์พูนให้ หากบุคคลใดมีความประพฤติในอกุศลกรรมวิถี (บาป) ก็จักทรงลงโทษทัณฑ์ตามโทษานุโทษ

เทพเจ้าแห่งดาวนพเคราะห์ ทรงพระคุณแก่โลกเป็นอเนกประการ เฉพาะอย่างยิ่งเบญจธาตุทั้ง ๕ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม และธาตุทองที่พระองค์ทรงประทานไว้ แต่ละอย่างเป็นของจำเป็นในสรรพสังขารอันไม่มีจำกัดรวมทั้งมนุษย์ สัตว์ทุกชนิด ต้นไม้ ฯลฯ มนุษย์หากไม่มีธาตุลม ก็ถึงแก่ความตาย มัจฉาชาติ ถ้าหากไร้ธาตุน้ำเป็นที่อยู่อาศัย ก็ต้องตาย พฤษาชาติ ถ้าหากหมดธาตุดิน ก็อับเฉา กิ่งใบแห้งตาย สัตว์โลก ถ้าหากสูญสิ้นธาตุไฟในร่างกาย ก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้ เศรษฐกิจการค้า อันเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งของมนุษย์ทั่วโลกในสมัยปัจจุบัน ถ้าหากขาดธาตุทองก็ไม่สามารถดำเนินกิจการให้ลุล่วงไปได้

ปวงสัตว์โลกไม่ว่าจะมาจาก

๑.อุปปาติกกำเนิด เกิดขึ้นเอง

๒.ชลาพุชะกำเนิด เกิดจากครรภ์ (มดลูก)

๓.อัณฑชะกำเนิด เกิดเป็นฟองไข่ แล้งจึงเกิดเป็นตัว

๔.สังเสทธะกำเนิด เกิดในไคลที่ชื้นและที่หมักหมมเน่าเปื่อย

รวมทั้งอุปาทินนกสังขาร สังขารที่มีใจครองอนุปาทินนกสังขาร สังขารที่ไม่มีใจครอง ก็ล้วนอยู่ภายใต้การบัญชาของเทพเจ้าทั้ง ๙ พระองค์ทั้งสิ้น เทพเจ้าทั้ง ๙ พระองค์นี้ทรงน้ำพระทัยเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาคุณ ทรงควบคุมดาวนพเคราะห์ให้เดินตามวิถีโคจร ด้วยความสมบูรณ์ ทั้งทรงธรรมเนตรสอดส่องควบคุมทุกข์สุขของสัตว์โลกเสมอมา ในมหายาน ยังมีอรรถกล่าวอธิบายว่า "ดาวพระเคราะห์ทั้ง ๙ นี้ ต่างกระทำการในหน้าที่หมุนเวียนธาตุทั้ง ๕ ให้แก่โลกมนุษย์ นับเป็นเวลาหลายล้านปี มาโดยมิได้หยุดพักเลยก็เนื่องด้วยพระองค์ ทรงบัญชาบริรักษ์ควบคุมอยู่ และทรงเล็งทิพยญาณว่า ถ้าหากดวงดาวนพเคราะห์ จะหยุดพักแม้เพียงขณะหนึ่งเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะเกิดมหันตภัยใหญ่หลวงสุดจะประมาณได้โลกมนุษย์ก็จะถึงซึ่งความพินาศ สลายลง มนุษย์กับสัตว์โลกจะตายหมด จะไม่มีแม้แต่ละอองธุลีของสังขารเหลืออยู่อีกเลย อันพิธีกรรมบูชาดาวนพเคราะห์นั้น นับว่ามีอานิสงส์มากมาย ทั้งเป็นกรรมคติ และเกิดธรรมนิมิตสู่บรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย ให้ได้มีโอกาสกระทำวิสาสะกันในยามที่ต่างคนต่างมีจิตเบิกบาน ผ่องแผ้วถือศีลกินเจ นุ่งขาวห่มขาว อันเป็นปัจจัยเตือนตนเองให้สำนึกว่าตนเป็นคนบริสุทธิ์ขาวสะอาดทั้งกาย วาจา และใจ อยู่ในศีลธรรมและความสามัคคีธรรม พร้อมอยู่แล้วที่จะให้อภัยอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ร่วมกันน้อมนมัสการเทพเจ้าทั้ง ๙ พระองค์ นี้เป็นการแสดงความเคารพ ในพระเมตตากรุณาธิคุณและเป็นน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกันในการถวายเครื่องสักการะบูชาแก่พระองค์ทั้ง ๙ ให้แก่ โลกทุกโลก สามารถดำรงอยู่ตามจักรราศียั่งยืนตลอดมา แล้วจึงพร้อมจิตพร้อมใจกันน้อมขอพระกรุณาธิคุณ ได้โปรดประทานพระพรให้อยู่เย็นเป็นสุข

พิธีกรรมถือศีลกินเจไม่เสพเนื้อสัตว์ และการบูชาดาวนพเคราะห์ทำบุญแจกทานแก่คนทุกข์คนยากจนนี้ เป็นที่นิยมกันมาแต่โบราณกาล การถือศีลกินเจเดือนเก้าเป็นพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ได้แผ่เมตตากรุณาจิต ช่วยปลดปล่อยชีวิตสัตว์ให้รอดตายได้จริงๆ แม้จะเป็นระยะเวลาเพียง ๙ วัน ๙ คืน ก็นับว่าเป็นปฐมเหตุ ให้ดวงจิตได้รับเมล็ดพันธ์ุแห่งมหากรุณาธรรมบารมี เพื่อสักวันหนึ่งในภายหน้ายังมีโอกาสจำเริญงอกงามขึ้นจนถึงขั้นบรรลุมรรคผลได้ในที่สุด มีสาธุชนจำนวนมากที่ได้รับอานิสงส์จากการถือศีลกินเจเพียง ๙ วัน ๙ คืน ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ สามารถสัมผัสรู้ได้ด้วยตนเองจึงถือเอาโอกาสอันดีนี้ เป็นนิมิตหมายตัดสินใจตั้งปณิธาน เลิกกันเนื้อสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่นไปจนตลอดชีวิต ประเพณีกินเจเดือนเก้านับเป็นประเพณีที่ศักดิ์สัทธิ์ และควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้คงไว้เป็นมรดกสืบทอดต่อไปตราบนานเท่านาน..

This post was written by:

- who has written 110 posts on CHEE CHIN KHOR 紫真閣.


Contact the author

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.

Languages

泰國德教會紫真閣

Login

Like Me

แผนที่สมาคม

Calendar

December 2018
M T W T F S S
« Aug    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  
PHVsPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hZHNfcm90YXRlPC9zdHJvbmc+IC0gZmFsc2U8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hZF9pbWFnZV8xPC9zdHJvbmc+IC0gaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy8xMjV4MTI1YS5qcGc8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hZF9pbWFnZV8yPC9zdHJvbmc+IC0gaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy8xMjV4MTI1Yi5qcGc8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hZF9pbWFnZV8zPC9zdHJvbmc+IC0gaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy8xMjV4MTI1Yy5qcGc8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hZF9pbWFnZV80PC9zdHJvbmc+IC0gaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy8xMjV4MTI1ZC5qcGc8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hZF9tcHVfYWRzZW5zZTwvc3Ryb25nPiAtIDwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2FkX21wdV9kaXNhYmxlPC9zdHJvbmc+IC0gdHJ1ZTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2FkX21wdV9pbWFnZTwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbS9hZHMvMzAweDI1MGEuanBnPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fYWRfbXB1X3VybDwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2FkX3RvcF9hZHNlbnNlPC9zdHJvbmc+IC0gPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fYWRfdG9wX2Rpc2FibGU8L3N0cm9uZz4gLSB0cnVlPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fYWRfdG9wX2ltYWdlPC9zdHJvbmc+IC0gaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tL2Fkcy80Njh4NjBhLmpwZzwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2FkX3RvcF91cmw8L3N0cm9uZz4gLSBodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb208L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hZF91cmxfMTwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2FkX3VybF8yPC9zdHJvbmc+IC0gaHR0cDovL3d3dy53b290aGVtZXMuY29tPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fYWRfdXJsXzM8L3N0cm9uZz4gLSBodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb208L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19hZF91cmxfNDwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly93d3cud29vdGhlbWVzLmNvbTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2FsdF9zdHlsZXNoZWV0PC9zdHJvbmc+IC0gZGFya2JsdWUuY3NzPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fYXV0aG9yPC9zdHJvbmc+IC0gdHJ1ZTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2F1dG9faW1nPC9zdHJvbmc+IC0gZmFsc2U8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19jdXN0b21fY3NzPC9zdHJvbmc+IC0gPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fY3VzdG9tX2Zhdmljb248L3N0cm9uZz4gLSA8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19mZWF0dXJlZF9jYXRlZ29yeTwvc3Ryb25nPiAtIFNlbGVjdCBhIGNhdGVnb3J5OjwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2ZlYXRfZW50cmllczwvc3Ryb25nPiAtIDY8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19mZWVkYnVybmVyX2lkPC9zdHJvbmc+IC0gPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fZmVlZGJ1cm5lcl91cmw8L3N0cm9uZz4gLSA8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19nb29nbGVfYW5hbHl0aWNzPC9zdHJvbmc+IC0gPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29faG9tZTwvc3Ryb25nPiAtIHRydWU8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19ob21lX3RodW1iX2hlaWdodDwvc3Ryb25nPiAtIDEyNTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX2hvbWVfdGh1bWJfd2lkdGg8L3N0cm9uZz4gLSAyNTA8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19pbWFnZV9zaW5nbGU8L3N0cm9uZz4gLSB0cnVlPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fbG9nbzwvc3Ryb25nPiAtIGh0dHA6Ly9jaGVlY2hpbmtob3IuY29tL3dwLWNvbnRlbnQvd29vX3VwbG9hZHMvNy02LWxvZ29jaGVlY2hpbi5wbmc8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19tYW51YWw8L3N0cm9uZz4gLSBodHRwOi8vd3d3Lndvb3RoZW1lcy5jb20vc3VwcG9ydC90aGVtZS1kb2N1bWVudGF0aW9uL2dhemV0dGUtZWRpdGlvbi88L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19yZXNpemU8L3N0cm9uZz4gLSB0cnVlPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fc2hvcnRuYW1lPC9zdHJvbmc+IC0gd29vPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fc2hvd19jYXJvdXNlbDwvc3Ryb25nPiAtIHRydWU8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19zaG93X3ZpZGVvPC9zdHJvbmc+IC0gZmFsc2U8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb19zaW5nbGVfaGVpZ2h0PC9zdHJvbmc+IC0gMTgwPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fc2luZ2xlX3dpZHRoPC9zdHJvbmc+IC0gMjUwPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fdGFiczwvc3Ryb25nPiAtIHRydWU8L2xpPjxsaT48c3Ryb25nPndvb190aGVtZW5hbWU8L3N0cm9uZz4gLSBHYXpldHRlPC9saT48bGk+PHN0cm9uZz53b29fdXBsb2Fkczwvc3Ryb25nPiAtIGE6Njp7aTowO3M6Njc6Imh0dHA6Ly9jaGVlY2hpbmtob3IuY29tL3dwLWNvbnRlbnQvd29vX3VwbG9hZHMvNy02LWxvZ29jaGVlY2hpbi5wbmciO2k6MTtzOjY1OiJodHRwOi8vY2hlZWNoaW5raG9yLmNvbS93cC1jb250ZW50L3dvb191cGxvYWRzLzYtbG9nb2NoZWVjaGluLnBuZyI7aToyO3M6NjU6Imh0dHA6Ly9jaGVlY2hpbmtob3IuY29tL3dwLWNvbnRlbnQvd29vX3VwbG9hZHMvNS1sb2dvY2hlZWNoaW4ucG5nIjtpOjM7czo2MToiaHR0cDovL2NoZWVjaGlua2hvci5jb20vd3AtY29udGVudC93b29fdXBsb2Fkcy80LTExLWxvZ28yLnBuZyI7aTo0O3M6NjI6Imh0dHA6Ly9jaGVlY2hpbmtob3IuY29tL3dwLWNvbnRlbnQvd29vX3VwbG9hZHMvMTMtbG9nby13ZWIucG5nIjtpOjU7czo2NDoiaHR0cDovL2NoZWVjaGlua2hvci5jb20vd3AtY29udGVudC93b29fdXBsb2Fkcy8xMi1sb2dvLWxvZ2luLmdpZiI7fTwvbGk+PGxpPjxzdHJvbmc+d29vX3ZpZGVvX2NhdGVnb3J5PC9zdHJvbmc+IC0gU2VsZWN0IGEgY2F0ZWdvcnk6PC9saT48L3VsPg==